ภาค 1 | คัมภีร์วิถี เต้าจิง
แหล่งที่มาของข้อมูล สรวงอัปสร กสิกรานันท์ เต้าเต๋อจิง : คัมภีร์เต๋า -- กรุงเทพฯ : แอร์โรว์. 2563 ISBN 978-616-434-223-1
EP. 1 จุดกำเนิดแห่งสวรรค์และพิภพคือนิรนาม
วิถีซึ่งอาจเล่าขาน หาใช่ วิถี อันยืนยง นามซึ่งอาจนิยาม หาใช่นามอันยืนยง
จุดกำเนิดแห่งสวรรค์และพิภพคือนิรนาม นามซึ่งถูกนิยามคือมารดาแห่งสรรพชีวิตนับอนันต์
ดังนี้แล้ว จงหมั่นปลดเปลื้องตนจากกิเลส เพื่อสำรวจสิ่งซ่อนเร้นภายใน แต่จงยอมให้ตนคงกิเลสไว้ เพื่อสำรวจอาการที่เผยแสดงออกมา
สองสิ่งนี้เฉกเช่นกัน แม้ต่างกันด้วยนามอันนิยามจากการถือกำเนิด หากเหมือนกันด้วยสิ่งซึ่งเรียกขานว่า ความเร้นลับ เร้นลับเหนือเร้นลับ...
ประตู วิถี สู่ปริศนาทั้งมวล
EP. 2 ทั่วพิภพ(โลกมนุษย์)สำเหนียกความงามว่าคือความงาม จึงตระหนักในความอัปลักษณ์
ทั่วพิภพสำเหนียกความดีว่าคือความดี จึ่งตระหนักในความชั่ว
เช่นนี้ มีกับไม่มีจึงก่อกำเนิดซึ่งกันและกัน
ยากกับง่ายเติมเต็มซึ่งกันและกัน
ยาวกับสั้นชดเชยซึ่งกันและกัน
สูงกับต่ำโน้มหาซึ่งกันและกัน
ทำนองกับเสียงร้องสอดคล้องซึ่งกันและกัน
ก่อนและหลังดำเนินตามซึ่งกันและกันดังนั้นแล้ว ปราชญ์จึงยึดมั่นการกระทำด้วยการมิกระทำ และการฝึกฝนเผยแพร่คำสอนโดยมิใช้ถ้อยคำ
สรรพชีวิตนับอนันต์อุบัติขึ้นจากสิ่งหนึ่ง หากแต่สิ่งนั้นมิอ้างอำนาจควบคุม
สิ่งนั้นมอบชีวิต หากมิอ้างสิทธิ์ครอบครอง
สิ่งนั้นให้คุณ หากมิเรียกร้องการรู้คุณ
สิ่งนั้นกอปรภาระจนเสร็จสิ้น หากมิเอ่ยอ้างคุณงามความดีด้วยมิเอ่ยอ้างคุณงามความดี กุศลบุญจึงมิเคยดับสูญ
EP. 3 มิยกย่องผู้ซึ่งควรค่า ผู้คนจักหลีกพ้นการแก่งแย่ง
มิให้มูลค่าแก่สิ่งของหายากผู้คนจักหลีกพ้นการลักขโมย มิแสดงออกซึ่งสิ่งพึงปรารถนา ผู้คนจักหลีกพ้นความกระวนกระวายใจ
ในการปกครอง ปราชญ์จึงปัดเป่าจิตใจผู้คนให้ว่างเปล่า ทว่าเติมท้องพวกเขาให้อิ่มหนำ ลดทอนความทะยานหยาก
หากเสริมสร้างกระดูกของพวกเขาให้แข็งแรง มิพึงให้พวกเขาล้นปรี่ในวิชชา และปลอดซึ่งตัณหา ให้แน่ใจว่าผู้เปี่ยมด้วยไหวพริบเล่ห์กลจะมิหาญกล้ากระทำการ
ปราชญ์กระทำทุกสิ่งด้วยการมิกระทำ และเมื่อนั้นความสงบเรียบร้อยจักครอบคลุมทุกหนแห่ง
EP. 4 วิถี นี้ว่างเปล่า หากแต่คุณประโยชน์มิรู้สิ้นสุด
ลึกล้ำ ดั่งบรรพบุรุษแห่งสรรพชีวิตนับอนันต์
จงลบเหลี่ยมคม คลายเงื่อนปม ลดแสงแผดจ้าให้นุ่มนวล
ปล่อยวงล้อของท่านเคลื่อนหมุนไปตามความเก่าแก่แห่งร่องทาง
วิถี จักปรากฏในความมืดเร้น ดั่งอยู่ ณ ที่นั้น มาเนิ่นนาน
ข้าพเจ้ามิรู้ว่า วิถี นี้กำเนิดแต่ผู้ใด หากแต่ปรากฏมาแต่ครั้งบรรพชนแห่งเทพเจ้า
EP. 5 สวรรค์และพิภพช่างไร้เมตตา ปฏิบัติต่อสรรพชีวิตนับอนันต์ราวแพะรับบาป
ปราชญ์ช่างไร้เมตตา ปฏิบัติต่อผู้คนราวแพะรับบาป
พื้นที่ระหว่างสวรรค์และพิภพ มิได้เป็นดั่งเครื่องสูบลมดอกหรือ ว่างเปล่าโดยไร้ที่สิ้นสุดแห่งพลัง ยิ่งสูบลมยิ่งให้พลังจากความว่างเปล่า
ยิ่งเอ่ยถ้อยยิ่งมิอาจหลีกพ้นการนำพาไปสู่ความเงียบ มิสู้ยึดมั่นความนิ่งไว้ในความเวิ้งว้าง
EP. 6 จิตวิญญาณแห่งหุบเขามิเคยตาย
จิตวิญญาณแห่งหุบเขามิเคยตาย สิ่งนี้ถูกขนานนามว่าอิสตรีผู้ลี้ลับ
ประตู วิถี แห่งอิสตรีผู้ลี้ลับ ถูกขนานนามว่ารากเหง้าแห่งสวรรค์และพิภพ ปรากฏเลือนรางแก่สายตา ดั่งอยู่ ณ ที่นั้นมาเนิ่นนาน หากแต่คุณประโยชน์มิรู้สิ้นสุด
EP. 7 สวรรค์และพิภพนั้นยืนยง
เหตุเพราะสวรรค์และพิภพมิได้อุบัติชีวิตแก่ตน ทั้งสองจึงดำรงอยู่อย่างยืนยาว
เช่นนั้น ปราชญ์จึงวางตนเองไว้ท้ายสุด หากปรากฏเป็นหน้าสุด วางตนไว้นอกวัฏฏะ นั่นคือการดำรงรักษา
มิใช่เพราะมิคิดถึงตนเองดอกหรือ ปราชญ์จึงบรรลุความสำเร็จแห่งตนในบั้นปลาย
EP. 8 ความดีงามสูงสุดเปรียบเสมือนน้ำ
ด้วยน้ำเป็นเลิศในการให้คุณแก่สรรพชีวิตนับอนันต์โดยมิช่วงชิงสิ่งใด และวางตนในที่พำนักซึ่งมิมีผู้ใดปรารถนา อันเป็นวัตรซึ่งใกล้ชิดกับวิถี
ในที่พำนัก ที่ตั้งคือหัวใจ
ในความดีงามแห่งจิตใจ ความล้ำลึกคือหัวใจ
ในสัมพันธ์แห่งมิตร ความกรุณาคือหัวใจ
ในการเอ่ยวาจา ความศรัทธาอันสุจริตคือหัวใจ
ในการปกครอง ความสงบเรียบร้อยคือหัวใจ
ในกิจการงาน ความสามารถคือหัวใจ
ในการปฏิบัติ กาลเทศะคือหัวใจ
เหตุเพราะไม่มีการช่วงชิง จึงไม่ปรากฏความสูญเสีย
EP. 9 ถอนตัวเมื่อสำเร็จกิจการงาน คือ วิถี แห่งสรวงสวรรค์
แม้นปรารถนาเติมน้ำให้เต็มปริ่มโดยประคองแก้วไว้มั่น หยุดเสียดีกว่าเมื่อยังทันเวลา
แม้นลับปลายมีดจนสึก ความคมก็มิอาจคงอยู่ชั่วนิรันดร์
แม้นมีทองคำและหยกอยู่เต็มห้อง ก็หามีผู้ใดรักษาไว้ได้ไม่
การอวดทะนงในความมั่งคั่งและตำแหน่ง จักนำหายนะใหญ่หลวงมาสู่ตน
ถอนตัวเมื่อสำเร็จกิจการงาน คือ วิถี แห่งสรวงสวรรค์
EP. 10 ในยามรักษาดวงจิตอันสับสนให้มั่นในมโนสำนึก
ทำได้ไหมที่จะโอบกอดซึ่ง เอกะ(แม่) ไว้ในอ้อมแขนมิให้หลุดลอยไป
ในยามเพ่งลมหายใจ ทำได้ไหมที่จะให้แผ่วเบาเฉกเช่นทารก
ในยามเช็ดกระจกเงาอันเร้นลับแห่งตน ทำได้ไหมที่จะมิทิ้งร่องรอยใด
ในการปกครองอาณาจักรด้วยความรักต่อผองชน ทำได้ไหมที่จะมิกระทำการใด
เมื่อประตูสวรรค์เปิดและปิด ทำได้ไหมที่จะยึดมั่นในบทบาทแห่งอิสตรี
เมื่อความหยั่งรู้แทรกซึมเข้าไปทั้งสี่ส่วน ทำได้ไหมที่จะมิรู้สิ่งใด
เอกะ มอบชีวิตแก่มวลมนุษย์และอุ้มชู
เอกะ มอบชีวิต หากมิอ้างสิทธิครอบครอง
เอกะ ให้คุณ หากมิเรียกร้องการรู้คุณ
เอกะ พิทักษ์ หากมิอ้างอำนาจควบคุม
เอกะ ได้รับการขนานนามว่า คุณธรรมอันเร้นลับ
EP. 11 เมื่อสามสิบซี่ล้อร่วมกันที่หนึ่งแกนกลาง
ปรับความว่างเปล่าในวงล้อให้เหมาะสมแก่เจตจำนง จะได้คุณประโยชน์จากเกวียนเล่มนั้น
เมื่อนวดดินเหนียวเพื่อปั้นภาชนะ ปรับความว่างเปล่าในก้อนดินเหนียวให้เหมาะสมแก่เจตจำนง จะได้คุณประโยชน์จากภาชนะนั้น
เมื่อเจาะช่องประตูหน้าต่างเพื่อสร้างห้อง ปรับความว่างเปล่าในช่องประตูหน้าต่างให้เหมาะสมแก่เจตจำนง จะได้คุณประโยชน์จากห้องนั้น
ฉันใดฉันนั้น สิ่งที่เรามีคือ บางสิ่ง หากด้วยคุณธรรมแห่งความว่างเปล่า บางสิ่งนั้นจึงสามารถยังประโยชน์
EP. 12 สิ่งของที่ได้มาแสนยาก นำมาซึ่งอุปสรรคของความก้าวหน้า
สีทั้งห้า นำมาให้ดวงตามนุษย์พร่ำพราย
ตัวโน้ตทั้งห้า นำพาให้หูมนุษย์หนวกดับ
รสทั้งห้านำพาให้ลิ้นมนุษย์ด้านชา
การขี่ม้าและล่าสัตว์ นำพาให้จิตมนุษย์ป่าเถื่อนด้วยความตื่นเต้นสนุกสนาน
สิ่งของที่ได้มาแสนยาก นำมาซึ่งอุปสรรคของความก้าวหน้า
เช่นนี้แล้ว ปรัชญามีไว้เพื่อท้องอิ่ม มิใช่เพื่อดวงตา ดังนั้น ปราชญ์จึงละทิ้งบางสิ่ง และรักษาไว้ซึ่งอีกสิ่งหนึ่ง
EP. 13 ยศถาบรรดาศักดิ์อันสูงส่ง ก็เช่นเดียวกับร่างกายคือหนึ่งที่มาของความยุ่งยากใหญ่หลวง
เกียรติยศแลอัปยศล้วนเป็นสิ่งสร้างความตื่นตระหนก
ยศถาบรรดาศักดิ์อันสูงส่ง ก็เช่นเดียวกับร่างกาย คือหนึ่งที่มาของความยุ่งยากใหญ่หลวง
คำกล่าวว่า เกียรติยศแลอัปยศล้วนเป็นสิ่งสร้างความตื่นตระหนกคืออย่างไร
เกียรติยศนั้น เมื่อได้มาย่อมสร้างความตื่นตระหนกได้มากเท่า ๆ กับตอนที่สูญเสีย นี่คือความหมายของคำกล่าวว่าเกียรติยศแลอัปยศ ล้วนเป็นสิ่งสร้างความตื่นตระหนก
คำกล่าวว่า ยศถาบรรดาศักดิ์อันสูงส่ง ก็เช่นเดียวกับร่างกาย คือหนึ่งที่มาของความยุ่งยากใหญ่หลวงคืออย่างไร เหตุผลที่ข้าพเจ้าต้องประสบความยุ่งยากอันใดเล่า
เช่นนี้แล้ว ผู้ซึ่งให้คุณค่าแก่ร่างกายเหนือกว่าการปกครองอาณาจักร จักสามารถเป็นที่ไว้วางใจของอาณาจักร ผู้ซึ่งรักร่างกายของเขามากกว่าการปกครองอาณาจักร จักสามารถพิทักษ์รักษาอาณาจักร
EP. 14 พรสวรรค์ในการเรียนรู้จุดเริ่มต้นแห่งโบราณกาลเรียกว่าสายโซ่แห่งการเข้าถึงวิถี
สิ่งซึ่งมิอาจมองเห็นเรียกว่า รูปทรงอันเลือนลาง
สิ่งซึ่งมิอาจได้ยินเรียกว่า สำเนียงอันแผ่วเบา
สิ่งซึ่งมิอาจสัมผัสเรียกว่า ตัวตนอันละเอียดดั่งธุลี
สามสิ่งนี้มิอาจหยั่งได้ ทั้งสามจึงปะปนดูราวกับเป็นหนึ่งเดียว
ส่วนบนของสิ่งนี้มิสุกสกาว ส่วนล่างมิมืดมนด้วยมองเห็นเพียงสลัวราง จึงมิอาจขนานนามและกลับคืนสู่สภาวะหนึ่งคือไว้ซึ่งสสารเรียกว่ารูปร่างอันไร้รูป
ตัวตนอันไร้สสารเรียกว่าเงาสลัวอันพร่ำเลือน แหงนมองขึ้นไปมิเห็นส่วนบน มองตามมิเห็นด้านหลัง
หากแต่จงยึดมั่นในวิถีโบราณเถิด เพื่อดำรงการควบคุมขอบเขตแห่งปัจจุบัน
พรสวรรค์ในการเรียนรู้จุดเริ่มต้นแห่งโบราณกาลเรียกว่า สายโซ่แห่งการเข้าถึงวิถี
EP. 15 ผู้ใดเล่าจักสามารถขุ่นข้น ขณะยังตกตะกอนแล้วค่อย ๆ กระจ่างใสอย่างช้า ๆ
ผู้รอบรู้ในวิถีแห่งโบราณกาล หยั่งถึงความเร้นลับได้ลึกซึ้งอย่างน่าพิศวง ลึกซึ้งเกินกว่าผู้ใดจักรู้ได้ ด้วยมิมีผู้ใดจักรู้ได้ จึงพรรณนาตัวตนเขาได้เพียงคร่าว ๆ หยั่งเชิง ราวกำลังข้ามธารน้ำในฤดูหนาว
ลังเล ราวหวาดกลัวเพื่อนบ้าน สำรวมราวเป็นอาคันตุกะ โอนอ่อนราวน้ำแข็งกำลังละลาย
หนาทึบราวแท่งไม้อันมิผ่านการสลักเสลา
ว่างเปล่าราวหุบเขาเวิ้งว้าง
มัวหม่นราวสายน้ำอันขุ่นข้น
ผู้ใดเล่าจักสามารถขุ่นข้น ขณะยังตกตะกอนแล้วค่อย ๆ กระจ่างใสอย่างช้า ๆ
ผู้ใดเล่าจักสามารถสงบนิ่ง ขณะยังกระเพื่อมไหวแล้วค่อย ๆ คืนชีวิตชีวาขึ้นอย่างช้า ๆ
ผู้ยึดถือในวิถีนี้อย่างแม่นมั่น จักมิปรารถนาความเปี่ยมล้น
ด้วยมิเปี่ยมล้น เขาจึงคงดำเนินตามวิถีดั้งเดิมจนเคี่ยวกรำและไม่สร้างวิถีใหม่
EP. 16 ข้าพเจ้าใช้ความพยายามสูงสุดที่จะบรรลุความว่างเปล่า
ข้าพเจ้าถือมั่นในความสงบนิ่ง
สรรพชีวิตนับอนันต์บังเกิดขึ้นด้วยกัน และข้าพเจ้าเฝ้ามองทุกชีวิตหวนคืน เหล่าสรรพชีวิตต่างหวนคืนสู่รากเหง้าอันต่างจากกัน
การหวนคืนสู่รากเหง้าของแต่ละชีวิตรู้จักกันในนามความสงบนิ่ง คือความหมายแห่งการหวนคืนชะตากำหนดของแต่ละชีวิต
การหวนคืนชะตากำหนดของแต่ละชีวิตรู้จักกันในนามความยั่งยืน
การตระหนักได้ในความยืนยงรู้จักกันในนามการหยั่งรู้
ความวิบัติจะบังเกิดแก่ผู้จงใจสร้างวิถีใหม่
โดยมิใฝ่รู้ในความยืนยง ทว่าหากชีวิตใดปฏิบัติจากความตระหนักรู้ในความยืนยง
การปฏิบัตินั่นย่อมนำไปสู่ความเที่ยงธรรม ความเที่ยงธรรมย่อมนำไปสู่ความสูงส่ง ความสูงส่งย่อมนำไปสู่สรวงสวรรค์ สรวงสวรรค์ย่อมนำไปสู่วิถี วิถีย่อมนำไปสู่นิรันดร์
และเมื่อถึงวันสุดท้ายของชีวิต เขาผู้นั้นจักมิพานพบภยันตราย
EP. 17 ผู้ปกครองแบ่งออกเป็น 4 ระดับ
ผู้ปกครองที่ดีที่สุด คือผู้ปรากฏต่อผู้ใต้ปกครองเพียงเงา
รองลงมาคือผู้ปกครองผู้เป็นที่รักและสรรเสริญ
รองลงมาคือผู้เป็นที่เกรงกลัว
รองลงมาคือผู้ไม่เป็นที่นับถือ
เมื่อใดที่ศรัทธามิเพียงพอ เมื่อนั้นจักไร้ซึ่งศรัทธาอันดีงาม
ผู้ปกครองที่ดีที่สุดจะลังเล มิเอ่ยสิ่งใดแม้เพียงแผ่วเบา หากเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น งานของเขาลุล่วง ผู้คนล้วนเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า "ผลงานของท่านปรากฏแก่เราด้วยตัวของมันเอง"
EP. 18 เมื่อวิถีอันยิ่งใหญ่ตกอยู่ในภาวะเลือนหาย
เมื่อวิถีอันยิ่งใหญ่ตกอยู่ในภาวะเลือนหาย ความเมตตาและศีลธรรมจักบังเกิด
เมื่อความปราดเปรื่องปรากฏ เล่ห์เพทุบายจักบังเกิด
เมื่อความสัมพันธ์ในหกชั่วอายุแปรเปลี่ยน บุตรกตัญญูจักบังเกิด
เมื่ออาณาจักรมืดมน เสนาบดีผู้ซื่อสัตย์จักบังเกิด
EP. 19 ขจัดปราชญ์ ละทิ้งบัณฑิต ผู้คนจะได้ประโยชน์ร้อยเท่า
ขจัดปราชญ์ ละทิ้งบัณฑิต ผู้คนจะได้ประโยชน์ร้อยเท่า
ขจัดความเมตตา ละทิ้งความเที่ยงธรรม ผู้คนจะเพิ่มพูความกตัญญู
ขจัดเล่ห์เหลี่ยม ละทิ้งกำไร โจรขโมยจะไม่เพิ่มจำนวน
สามประการนี้คือการเสริมแต่งอย่างผิดพลาดและมิเพียงพอ
ผู้คนต้องมีสิ่งซึ่งยึดเป็นสรณะ เผยแสดงตัวตนโดยมิเสริมแต่ง ยึดมั่นตัวตนอันมิผ่านการสลักเสลา คิดถึงตนให้น้อย ใฝ่ตัณหาให้น้อยที่สุด
EP. 20 ขจัดการเรียนรู้ จักไร้ซึ่งความกังวล
ขจัดการเรียนรู้ จักไร้ซึ่งความกังวล
ระหว่าง "ใช่" กับ "ไม่ใช่" แตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ?
สิ่งที่ผู้อื่นกลัว ผู้หนึ่งผู้ใดย่อมกลัวเช่นกัน
หมู่ชนรื่นเริงยินดี ราวกำลังร่วมอยู่ในงานเลี้ยงฉลอง ราวได้ขึ้นไปบนเฉลียงในฤดูใบไม้ผลิ
เพียงข้าพเจ้าผู้เดียวที่เฉยชา มิยินดียินร้าย ดั่งทารกผู้ยังมิเรียนรู้การยิ้ม ไร้ชีวิตชีวา ราวมิมีเคหสถานจะคืนกลับ
หมู่ชนทั้งหลายมีมากจนเกินพอ มีเพียงข้าพเจ้าที่ดูเหมือนยังต้องการ
ดวงจิตอันโง่เขลาของข้าพเจ้า ช่างว่างเปล่า
ผู้คนทั่วไปล้วนร่าเริงสดใส มีเพียงข้าพเจ้าที่ง่วงเหงา
ผู้คนทั่วไปล้วนกระตือรือร้น มีเพียงข้าพเจ้าที่มึนงง
สงบงันราวท้องทะเล เสมือนสายลมแรงอันมิเคยหยุดนิ่ง
หมู่ชนทั้งหลายล้วนมีจุดหมาย มีเพียงข้าพเจ้าที่โง่งมและงุ่มง่าม
ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวที่แตกต่างจากผู้อื่น ด้วยคุณสมบัติซึ่งฟูมฟักโดยมารดา
EP. 21 นามแห่ง "วิถี" มิเคยละทิ้งแก่นสาร
ในทุกการเคลื่อนไหว ผู้สูงส่งในคุณธรรมดำเนินตามวิถีและเพียงวิถีเท่านั้น
ในฐานะเป็นสิ่งหนึ่ง วิถีคล้ายเงา รางสลัว
รางสลัว คล้ายเงา หากภายในคือรูปลักษณ์
คล้ายเงา รางสลัว หากภายในคือเนื้อแท้
พร่าเลือน มืดมัว หากภายในคือแก่นสาร
แก่นสารนี้แท้จริง และภายในคือสิ่งซึ่งพิสูจน์ได้
จากปัจจุบันหวนคืนสู่โบราณกาล
นามแห่งวิถี มิเคยละทิ้งแก่นสาร คงทำหน้าที่เป็นแนวทางเพื่อพินิจบิดาแห่งหมู่ชน
ข้าพเจ้ารู้ได้อย่างไรว่า บิดาแห่งหมู่ชนเป็นเช่นนั้น ก็ด้วยแนวทางแห่งวิถีนี้เอง
EP. 22 อ่อนน้อมจึงคงอยู่
อ่อนน้อม จึงคงอยู่
โค้งงอ จึงเหยียดตรง
ว่างเปล่า จึงเติมเต็ม
เก่าคร่ำ จึงร่วมสมัย
เล็กน้อย จึงยังประโยชน์
มากมาย จึงสับสน
เช่นนี้แล้ว ปราชญ์จึงยึดมั่นในวิถี และนำมาเป็นต้นแบบแห่งอาณาจักร
ปราชญ์มิแสดงตน จึงโดดเด่น
ปราชญ์มิตัดสินตนว่าถูก จึงเป็นที่ยกย่องชมเชย
ปราชญ์มิโอหัง จึงเปี่ยมผลบุญ
ปราชญ์มิโอ้อวด จึงยืนยงคงอยู่
เหตุเพราะปราชญ์มิช่วงชิง จึงมิมีผู้ใดในอาณาจักรอยู่ในฐานะที่จะช่วงชิงกับเขา
วิถีโบราณ "อ่อนน้อมจึงคงอยู่" มิใช่คำกล่าวอันไร้แก่นสาร หากแท้จริงคำกล่าวนี้จักนำพาให้บุคคลคงอยู่ชั่วนิรันตร์
EP. 23 ใช้ถ้อยคำแต่น้อย คือการเข้าสู่ธรรมชาติ
ใช้ถ้อยคำแต่น้อยคือการเข้าสู่ธรรมชาติ
สายลมแรงมิอาจโหมกระหน่ำตลอดยามเช้า พายุฝนมิอาจถาโถมตลอดวัน
ผู้ใดสร้างสองสิ่งนี้หรือ นั่นคือสวรรค์และพิภพ
หากแม้นสวรรค์และพิภพมิอาจคงอยู่นิรันดร์ แล้วมนุษย์เล่าจักมีความสามารถน้อยกว่านั้นเพียงไร นี่คือเหตุผลว่า ด้วยเหตุใดเราจึงต้องดำเนินตามวิถี
ผู้อยู่ในวิถีจักเป็นส่วนหนึ่งของวิถี
ผู้อยู่ในคุณธรรม จักเป็นส่วนหนึ่งของคุณธรรม
ผู้อยู่ในความหลง จักเป็นส่วนหนึ่งของความหลง
บุคคลผู้เป็นส่วนหนึ่งของวิถี วิถีจักยินดียอมรับ
บุคคลผู้เป็นส่วนหนึ่งของคุณธรรม คุณธรรมจักยินดียอมรับ
บุคคลผู้เป็นส่วนหนึ่งของความหลง ความหลงจักยินดียอมรับ
เมื่อใดที่ศรัทธามิเพียงพอ เมื่อนั้นจักไร้ซึ่งศรัทธาอันดีงาม
EP. 24 ผู้เขย่งอยู่บนปลายเท้า มิอาจยืนได้มั่นคง
ผู้เขย่งอยู่บนปลายเท้ามิอาจยืนได้มั่นคง
ผู้ก้าวยาวเกินไปมิอาจเดินได้ด้วยดี
บุคคลผู้แสดงตน จักมิโดดเด่น
บุคคลผู้ตัดสินตนว่าถูก จักมิเป็นที่ยกย่องชมเชย
บุคคลผู้โอหัง จักไร้ซึ่งผลบุญ
บุคคลผู้โอ้อวด จักมิอาจยืนยงคงอยู่
โดยทรรศนะแห่งวิถี สิ่งเหล่านี้คือ "เศษอาหารและเนื้อร้าย"
ด้วยทั้งหมดเป็นสิ่งพึงชิงชัง ซึ่งผู้ยึดมั่นในวิถีมิร่วมอยู่
EP. 25 สิ่งหนึ่งก่อร่างอย่างน่าพิศวง
สิ่งหนึ่งก่อร่างอย่างน่าพิศวง กำเนิดขึ้นก่อนสวรรค์และพิภพ เงียบงัน เวิ้งว้างมืดมน โดดเดี่ยวยืนยง มิเปลี่ยนแปร หมุนเวียน มิเคยเหนื่อยล้า สามารถราวมาตาแห่งปฐพี ข้าพเจ้ามิอาจทราบนาม จึงขนานนามว่า "วิถี" และมอบฉายาว่า "ความยิ่งใหญ่"
ความยิ่งใหญ่ สืบความหมายถึง การข้ามผ่าน
การข้ามผ่าน สืบความหมายถึง การล่าถอย
การล่าถอย สืบความหมายถึง การหวนคืน
เช่นนี้แล้ว วิถี จึงยิ่งใหญ่ สวรรค์จึงยิ่งใหญ่ พิภพจึงยิ่งใหญ่ กษัตริย์จึงยิ่งใหญ่ ภายในอาณาจักรมีสี่สิ่งซึ่งยิ่งใหญ่ และกษัตริย์นับเป็นหนึ่ง
มนุษย์จำลองตนเองบนพิภพ พิภพจำลองตนเองบนสวรรค์ สวรรค์จำลองตนเองบนวิถี ฉันใดฉันนั้น วิถีจำลองตนเองบนสิ่งซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติ
EP. 26 หนักคือรากฐานของเบา สงบนิ่งคือเจ้าเหนือความวุ่นวาย
หนักคือรากฐานของเบา สงบนิ่งคือเจ้าเหนือความว้าวุ่น
เช่นนี้แล้ว บุรุษผู้ทรงเกียรติเมื่อเดินทางตลอดทั้งวัน จึงมิเคยยอมให้เกวียนซึ่งบรรทุกหนักพ้นจากสายตา
เฉพาะยามปลอดภัยอยู่เบื้องหลังกำแพงและป้อมปราการ เขาจึงพักผ่อนอย่างสงบ พ้นจากความกังวล
แล้วเช่นนั้น ผู้ควบคุมรถม้าศึกนับหมื่นคัน จักทำเช่นไร ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ในสายตาของอาณาจักรได้อย่างเบาใจ
หากเบา รากฐานก็จะหายไป หากว้าวุ่น ผู้ปกครองก็ต้องสูญเสีย
EP. 27 ผู้เชี่ยวชาญในการเดินทางมิทิ้งร่องรอยล้อรถ
ผู้เชี่ยวชาญในการเดินทางมิทิ้งร่องรอยล้อรถ
ผู้เชี่ยวชาญในการพูดมิเขียนบท
ผู้เชี่ยวชาญในการคำนวณมิต้องใช้ไม้ติ้ว
ผู้เชี่ยวชาญในการปิดมิต้องใช้สลัก หากแต่สิ่งที่เขาปิดจะไม่สามารถเปิดออก
ผู้เชี่ยวชาญในการมัดมิต้องใช้เชือก หากแต่สิ่งที่เขามัดจะไม่สามารถแก้ออก
ดังนี้ ปราชญ์จึงเชี่ยวชาญเสมอในการรักษาชีวิตผู้คน และไม่ละทิ้งผู้ใด เชี่ยวชาญเสมอในการรักษาสรรพสิ่ง และไม่ละทิ้งสิ่งใด นี่เรียกว่า การรู้แจ้งของมนุษย์
เช่นนี้แล้ว คนดีจึงเป็นครูให้ความรู้แก่คนชั่ว คนชั่วเป็นวัตถุดิบให้แก่การงานของคนดี
การมิเห็นคุณค่าของครู มิมอบความรักแก่วัตถุดิบ แม้จะดูฉลาดเฉลียว หากเป็นการเผยให้เห็นถึงอวิชชายิ่งนัก นี่คือหัวใจและความเร้นลับ
EP. 28 การตัดทอนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หาใช่การทำลายไม่
ตระหนักรู้ในความเป็นบุรุษ หากแต่รักษาบทบาทแห่งสตรีเพศและเป็นดั่งห้วยลึกแห่งอาณาจักร
ครั้นเมื่อเป็นห้วยลึกแห่งอาณาจักร คุณธรรมอันยืนยงจะมิละทิ้งท่าน และท่านจะกลับเป็นทารกอีกครั้ง
ตระหนักรู้ในสีขาว หากแต่รักษาบทบาทอันแปดเปื้อนด้วยมลทิน และเป็นดั่งต้นแบบแห่งอาณาจักร
ครั้นเมื่อเป็นต้นแบบแห่งอาณาจักร คุณธรรมอันยืนยงจะมิเป็นที่ปรารถนา และท่านจักกลับคืนสู่ความไม่สิ้นสุดอีกครั้ง
ตระหนักรู้ในเกียรติ หากแต่รักษาบทบาทอันแปดเปื้อนด้วยอัปยศ และเป็นดั่งหุบเขาแห่งอาณาจักร
ครั้นเมื่อเป็นหุบเขาแห่งอาณาจักร คุณธรรมอันยืนยงจะพอเพียง และท่านจะกลับคืนสู่แท่งไม้อันมิเคยผ่านการสลักเสลาอีกครั้ง
เมื่อแท่งไม้อันมิเคยผ่านการสลักเสลาถูกแกะสลัก จักกลายเป็นภาชนะ
ปราชญ์ปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้ และกลายเป็นผู้นำเหนือเหล่าเสนาบดี เช่นนี้แล้ว การตัดทอนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หาใช่การทำลายไม่
EP. 29 ปราชญ์จึงหลีกเลี่ยงความเกินเลย ความฟุ่มเฟือย และความเย่อหยิ่ง
ผู้ใดก็ตามครอบครองและปรารถนากระทำการต่ออาณาจักร จะมิได้รับการผ่อนผัน
อาณาจักรคือภาชนะศักดิ์สิทธิ์ อันมิมีสิ่งใดจะกระทำการใดได้
ผู้ใดกระทำ จะทำลายอาณาจักรลงสิ้น ผู้ใดยึดครอง จะต้องสูญเสีย
ด้วยเหตุนี้ บางคนจึงนำ และบางคนตาม บางคนจึงหายใจอย่างอ่อนโยนและบางคนหายใจหนักหน่วง บางคนจึงแข็งแรงและบางคนอ่อนแอ บางคนจึงทำลายและบางคนถูกทำลาย
เช่นนี้ ปราชญ์จึงหลีกเลี่ยงความเกินเลย ความฟุ่มเฟือย และความเย่อหยิ่ง
EP. 30 บุคคลผู้สนับสนุนผู้ปกครองด้วยวิถี มิคุกคามอาณาจักรด้วยการติดอาวุธ
บุคคลผู้สนับสนุนผู้ปกครองด้วยวิถี มิคุกคามอาณาจักรด้วยการติดอาวุธ เพราะนั่นคือสิ่งซึ่งโน้มน้าวสู่การตอบโต้
ณ ที่ซึ่งกองทัพตั้งค่าย ณ ที่นั้นจะมีเสี้ยนหนาม
ในการปลุกกองทัพอันทรงอำนาจ ดอกผลความชั่วช้าจะตามมามิลดละ
บุคคลผู้มีจุดมุ่งหมายอันดีงาม เพียงนำแผนการของตนมุ่งสู่ภาคผล และมิหาญกล้าด้วยวิธีคุกคามเช่นนั้น
มุ่งสู่ภาคผล ทว่ามิโอ้อวด
มุ่งสู่ภาคผล ทว่ามิหยิ่งผยอง
มุ่งสู่ภาคผล เพียงเมื่อไร้ทางเลือก
มุ่งสู่ภาคผล ทว่ามิคุกคาม
ผู้ซึ่งในช่วงเวลารุ่งโรจน์ ทำลายสิ่งที่มีมาแต่ครั้งโบราณกาล รู้จักกันในนามผู้ต่อต้านวิถี
การต่อต้านวิถี จะนำไปสู่จุดสิ้นสุดก่อนอายุขัย
EP. 31 ผู้ยึดมั่นในวิถี จึงมิยินยอมใช้ประโยชน์จากอาวุธ
ด้วยอาวุธคือเครื่องมืออันเป็นลางร้าย และสรรพสิ่งชิงชังอาวุธ
ยึดมั่นในวิถี จึงมิยินยอมใช้ประโยชน์จากอาวุธ
บุรุษผู้ทรงเกียรติให้เบื้องซ้ายเหนือกว่าเมื่ออยู่ในเคหสถาน ให้เบื้องขวาเหนือกว่าเมื่ออยู่ในสงคราม
อาวุธคือเครื่องมืออันเป็นลางร้าย หาใช่เครื่องมือของผู้ทรงเกียรติ เมื่อผู้ใดถูกเกณฑ์ให้ใช้อาวุธ วิธีที่ดีที่สุดคือใช้โดยปราศจากความกระหาย
มิมีเกียรติภูมิอันใดในชัยชนะจากสงคราม
การสรรเสริญชัยชนะมิต่างจากการยินดีกับการเข่นฆ่ามนุษย์ ผู้ยินดีการเข่นฆ่ามนุษย์จักมิอาจพบ วิถี ของเขาบนอาณาจักร
โอกาสแห่งความยินดีมอบแด่เบื้องซ้าย โอกาสแห่งการไว้อาลัยมอบแด่เบื้องขวา
ตำแหน่งของนายร้อยอยู่ทางเบื้องซ้าย ตำแหน่งของนายพลอยู่ทางเบื้องขวา
นั่นหมายความว่าพิธีไว้อาลัยต้องถูกประกอบขึ้น เมื่อผู้คนจำนวนมากถูกเข่นฆ่า ต้องมีผู้ร่ำไห้ด้วยโศกศัลย์
เมื่อบังเกิดชัยชนะขึ้นในสงคราม ย่อมต้องมีผู้ประกอบพิธีไว้อาลัย
EP. 32 ด้วยรู้ว่าเมื่อใดพึงหยุด ผู้นั้นจักปลอดจากภยันตราย
วิถี ไร้นามชั่วกาล
แม้แท่งไม้อันมิผ่านการสลักเสลาจะมีขนาดเล็ก ก็หามีผู้ใดในหล้าหาญกล้าเรียกร้องความสวามิภักดิ์
หากผู้ปกครองและขุนนางยึดมั่นในวิถี สรรพชีวิตนับอนันต์จักจำนนต่อความกลมเกลียว สวรรค์และพิภพจักผสานเป็นหนึ่ง น้ำค้างหอมหวานจักพร่างโปรย ผู้คนจักเท่าเทียม แม้มิมีคำบัญชา
เพียงเมื่อ วิถี ถูกเจียระไนจึงบังเกิดนาม ในบัดดลเมื่อปรากฏนาม บุคคลจักรู้ว่าถึงเวลาอันพึงหยุด ด้วยรู้ว่าเมื่อใดพึงหยุด ผู้นั้นจักปลอดจากภยันตราย
วิถี จุติแก่ปฐพี ดั่งเช่นแม่น้ำและทะเลจุติแก่สายน้ำและลำธาร
EP. 33 บุคคลผู้รู้จักพึงพอใจคือเศรษฐี
บุคคลผู้รู้จักผู้อื่นคือผู้ปราดเปรื่อง
บุคคลผู้รู้จักตนเองคือผู้หยั่งรู้
บุคคลผู้มีชัยเหนือผู้อื่นทรงพลังอำนาจ
บุคคลผู้มีชัยเหนือตนเองคือผู้แข็งแกร่ง
บุคคลผู้รู้จักพึงพอใจคือเศรษฐี
บุคคลผู้พากเพียรคือผู้มุ่งมั่นในเป้าหมาย
บุคคลผู้มิละทิ้งสถานะของตน จักยืนยง
บุคคลผู้มิยึดติดวันเวลาของตน จักมีชีวิตยืนยาว
EP. 34 เหตุเพราะมิขวนขวายแสดงตนว่ายิ่งใหญ่ วิถี จึงปรากฏเป็นความยิ่งใหญ่อย่างงดงาม
วิถี แผ่เป็นวงกว้าง จดเบื้องซ้ายเช่นเดียวกับเบื้องขวา
สรรพชีวิตนับอนันต์ฝากชีวิตไว้ หากวิถีมิเอ่ยอ้างอำนาจควบคุม
วิถี เสร็จสิ้นภาระหน้าที่ หากมิถือเป็นเหตุอ้างคุณงามความดี
วิถี ให้อาภรณ์และโภชนาหารแก่สรรพชีวิตนับอนันต์ หากมิถือเป็นเหตุอ้างตนเป็นเจ้าชีวิต
ด้วยไร้ซึ่งตัณหาชั่วกาล วิถีจึงได้รับนิยามว่า "สิ่งเล็กน้อย"
ด้วยมิถือเป็นเหตุอ้างตนเป็นเจ้าชีวิต เมื่อสรรพชีวิตนับอนันต์คืนกลับสู่วิถี จึงได้รับนิยามว่า "ความยิ่งใหญ่"
เหตุเพราะมิขวนขวายแสดงตนว่ายิ่งใหญ่ วิถีจึงปรากฏเป็นความยิ่งใหญ่อย่างงดงาม
EP. 35 บทเพลงและโภชนาหาร จูงใจนักเดินทางให้ต้องหยุดเดิน
ยึดมั่นในคุณลักษณ์อันดีงาม อาณาจักรจะอยู่เคียงข้างท่าน
เมื่ออาณาจักรอยู่เคียงข้าง ท่านจะมิเผชิญภยันตราย พานพบแต่ความสุขสวัสดี
บทเพลงและโภชนาหาร จูงใจนักเดินทางให้ต้องหยุดเดิน
วิถี บนเส้นทางอันทอดผ่านปาก จักไร้ซึ่งรสชาติ มิอาจมองเห็น มิอาจได้ยิน หากคุณประโยชน์มิมีวันหมดสิ้น
EP. 36 การหยั่งรู้อย่างลึกซึ้ง
หากมีสิ่งใดหดสั้นลง ก่อนอื่นต้องเหยียดสิ่งนั้นให้ยาวออกไป
หากมีสิ่งใดอ่อนแอลง ก่อนอื่นต้องเสริมสิ่งนั้นให้แข็งแกร่ง
หากมีสิ่งใดพังทลายลง ก่อนอื่นต้องสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาใหม่
หากมีสิ่งใดบกพร่องลง ก่อนอื่นต้องเติมสิ่งนั้นให้เต็ม
นี่เรียกว่า "การหยั่งรู้อย่างลึกซึ้ง"
ความอ่อนน้อมและอ่อนโยนจะมีชัยเหนือความดุดันและแข็งกร้าว
มัจฉาต้องมิถูกปล่อยให้ว่ายออกจากน้ำลึก
กลไกแห่งพลังอำนาจของอาณาจักรต้องมิเปิดเผยแก่ผู้ใด
EP. 37 เป็นอิสระจากตัณหา
วิถี มิเคยกระทำ กระนั้นก็มิมีสิ่งใดถูกปล่อยทิ้งโดยไม่สำเร็จ
เมื่อกษัตริย์และขุนนางยึด วิถี ไว้มั่น สรรพชีวิตนับอนันต์จะแปรเปลี่ยนความกลมเกลียวที่มีต่อกัน
หลังจากสรรพชีวิตนับอนันต์แปรเปลี่ยน ตัณหาจะชูคอ ข้าพเจ้าจะกดมันลงด้วยน้ำหนักของแท่งไม้นิรนามอันมิผ่านการสลักเสลา
แท่งไม้นิรนามอันมิผ่านการสลักเสลา มิได้อยู่ในสภาวะใด นอกจากความเป็นอิสระจากตัณหา
หากข้าพเจ้าหยุดตัณหา และคงความสงบนิ่ง อาณาจักรจะอยู่ในความสันติสุขบนความกลมเกลียวแห่งตน
ทรรศนะของเหล่าจื่อ
"อาณาจักร คือตัวแทนขอบเขตบ้านเมือง (กฎ ระเบียบ กติกา) ที่มนุษย์อาศัยอยู่บนผืนพิภพเดียวกัน"
"การดำรงอยู่อย่างนิรนาม คือการอำพรางตน ในความสัมพันธ์ที่มีต่อสรรพชีวิตนับอนันต์"
"ผู้ปกครองที่ดีที่สุด คือผู้ปรากฏต่อผู้ใต้ปกครองเพียงเงา และเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น งานของเขาลุล่วง ผู้คนล้วนเอ่ยเป็นเสียงเดียวว่า ผลงานของท่านปรากฏแก่เราด้วยตัวของมันเอง"
เน้นย้ำ
"มนุษย์จำลองตนเองบนพิภพ พิภพจำลองตนเองบนสวรรค์ สวรรค์จำลองตนเองบนวิถี ฉันใดฉันนั้น วิถี จำลองตนเองบนสิ่งซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติ"
ในธรรมชาติของเอกภพนั้น "ความอ่อนโยน ความอ่อนน้อม และความโอนอ่อน" จะทำให้มนุษย์อยู่รอดและมีชัยในบั้นปลาย มนุษย์ควรรู้ให้น้อยแต่เข้าใจให้มาก รู้จักพึงพอใจ รู้จักว่าเมื่อไรพึงหยุด ไม่ช่วงชิง และรู้จักหยุดนิ่งเพื่อการก่อเกิดสติปัญญาและศีลธรรม"
< ย้อนกลับ หน้าหลัก